สตาร์ทอัพ กับ sme ต่างกันอย่างไร

Startup VS SME



Startup เป็นคำจำกัดความของการเริ่มธุรกิจในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน เรียกว่าระดับ Beginner เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น ธุรกิจ Startup คือธุรกิจที่ถูกออกแบบมาให้เติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ทีมงาน โครงสร้างธุรกิจ วิธีการใช้เงิน จนไปถีงวิธีสร้างรายได้ที่สามารถหาเงินแบบทำซ้ำและขยายได้ง่าย และการทำการตลาด

1.ใช้ “เทคโนโลยี” มาแก้ปัญหา การใช้ชีวิตประจำวันของเรา เป็นไอเดียใหม่ คิดหรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ส่วนมากจึงเป็นการใช้เทคโนโลยี แต่จริงๆ ไม่ได้จำกัดตายตัว แค่เป็น “วิธีใหม่” ที่แก้ปัญหาได้ ก็นับว่าใช้ได้

2.”คิดต่าง” ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงและปั่นป่วนให้แก่อุตสาหกรรมนั้นๆ หรือเป็นการแหวกขนบหรือวิธีการที่คุ้นชินในสังคม

3.เติบโตได้อย่างรวดเร็ว การขยายธุรกิจของสตาร์ทอัพต้องสามารถทำได้อย่างก้าวกระโดด เป็นอีกจุดต่างสำคัญระว่าง Startup และ SME

SME” นั้นมักจะมีเป้าการดำเนินการธุรกิจให้มีรายได้เติบโตอยู่ที่ประมาณปีละ 30%-50% หรือหากเป็นช่วงเกิดใหม่ก็อาจอยู่ที่ปีละ 100%-200% เป็นอย่างมาก

“ธุรกิจ Startup” นั้นมีเป้าหมายที่จะเติบโตขึ้นให้ได้อย่างน้อยปีละ 1,000% โดยหากได้น้อยกว่านั้น ถือว่าธุรกิจ Startup นั้นยังไม่โตพอในฐานะ Startup ก็ว่าได้

Startup เพื่อนๆไม่จำเป็นต้องลงทุนเองเลยค่ะ แต่สามารถนำเสนอไอเดีย หรือความคิดสร้างสรรค์เพื่อซื้อใจนักลงทุน ให้เห็นศักยภาพและมาร่วมลงทุนได้ ซึ่งงานที่เปิดโอกาสให้ Startup เสนอไอเดียนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ภายในประเทศเท่านั้น จนเกิดเป็นธุรกิจร่วมลงทุนที่มาในรูปแบบองค์กร แต่ SME ส่วนใหญ่ใช้เงินทุนของตัวเอง หรือต้องทำเรื่องกู้ผ่านธนาคารที่มีโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อ SME

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวในงาน Startup Thailand 2016 ว่า “เพื่อผลักดันให้เกิดกลุ่มสตาร์ทอัพ(Startup)ทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาพัฒนาธุรกิจใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ในระหว่างเสนอรัฐออกพระราชกฤษฎีกา ลดหย่อนภาษีเงินได้ของสตาร์ทอัพในระยะ 5 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ และออกพระราชกฤษฎีกา ลดหย่อนภาษีเงินได้จากเงินปันผลและภาษีการ โอนหุ้นให้กับกองทุนร่วมทุน และจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพStartupผ่านธนาคารรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เงินอีกส่วนหนึ่งจะมาจากกองทุนส่งเสริม ขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งได้อนุมัติในหลักเกณฑ์แล้วนะคะ จากนี้เป็นการจัดทำหลักเกณฑ์ เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ธุรกิจสตาร์ทอัพStartup

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่มีไอเดียใหม่ๆ และอยากเข้าสู่วงการ Startup บ้าง ก็อาจเริ่มต้นด้วยการค้นคว้าสิ่งที่ตัวเองสนใจอย่างจริงจัง แล้วลงมือทำ เพราะช่วงเริ่มต้นงบประมาณไม่ใช่สิ่งสำคัญ ก้าวแรกนั้นวัดกันที่ไอเดียและใจ บวกกับความอดทน แต่ถ้าผ่านไปได้ รับรองว่าอนาคตสดใสอย่างแน่นอน!



ติดต่อเรา
Contact Us